ไมเนอร์ โฮเทลส์ เดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมเผยผลงานที่น่าพอใจในรายงานความยั่งยืนประจำปี

  • อัตราการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องที่แขกเข้าพักของไมเนอร์ โฮเทลส์ ลดลงเกือบ 8% และ 11% ตามลำดับเมื่อเทียบกับปี 2565 
  • อัตราการใช้น้ำต่อห้องที่แขกเข้าพักลดลง 4% เมื่อเทียบเป็นรายปี 
  • อัตราการส่งของเสียอินทรีย์สู่การฝังกลบของโรงแรมลดลง 27% เมื่อเทียบกับปี 2564 ในขณะที่ขยะถูกรีไซเคิลเพิ่ม ขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี 2565   
  • การขยายธุรกิจและการขยายจำนวนรีสอร์ทส่งผลให้อัตราการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมสูง ขึ้น แต่เรายังคงมุ่งมั่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 
Anantara Maia Seychelles Villas
  • jpg
Anantara Maia Seychelles Villas

ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีผลการดำเนินงานที่ก้าวหน้าสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยสามารถ ลดการใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และอัตราการใช้น้ำเมื่อเทียบเป็นรายปี พร้อมลดอัตราการส่งของเสียอินทรีย์สู่การฝังกลบได้มากกว่าหนึ่งในสี่ ตามรายงานอ้างอิงที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่จาก รายงานการดำเนินงานด้าน ความยั่งยืน 2566

  

โดยรายงานเกี่ยวกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนประจำปี 2566 พร้อมรายละเอียดจัดทำโดยไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (SET:MINT) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของไมเนอร์ โฮเทลส์ และเป็นเจ้าของและบริหารโรงแรมมากกว่า 540 แห่งใน 56 ประเทศ 

  

กลยุทธ์ของเราในการอนุรักษ์ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการลงทุนมูลค่า 359 ล้านบาท (ประมาณ 9.7 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในโครงการด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั่วโลก ส่งผลให้ไมเนอร์ โฮเทลส์ สามารถลดอัตราการใช้พลังงาน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องที่แขกเข้าพักได้เกือบ 8% และ 11% ตามลำดับในปี พ.ศ. 2566  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมและรีสอร์ทของไมเนอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศสเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เดนมาร์ก และอิตาลี ซึ่งได้ปรับเป็นการใช้พลังงานสะอาด 100% แล้วเมื่อสิ้นปี 2566 

มร. ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า "ผมรู้สึกภาคภูมิใจกับความก้าวหน้าของทีมงานไมเนอร์ โฮเทลส์ ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่างๆ เราต้องเป็นสมาชิกชุมชนที่มีความรับผิดชอบในพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เนื่องจากความสำเร็จในระยะยาวของเราเชื่อมโยงโดยตรงกับความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมและสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ธุรกิจของเราเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราจะมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุคำมั่นสัญญาที่จะเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2593” 

  

ในปี 2566 การใช้พลังงานสีเขียว หรือ พลังงานสะอาด (Green Energy) ของกลุ่มไมเนอร์ โฮเทลส์เพิ่มขึ้นเป็น 198 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2565 ส่งผลให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องที่แขกเข้าพักในปี 2566 ลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า   

  

การใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิที่เพิ่มขึ้นในปี 2566 มีสาเหตุหลักมาจากการขยายจำนวนรีสอร์ทซึ่งโดยทั่วไป จะมีอัตราการใช้พลังงานสูงกว่า รวมถึงอัตราจำนวนผู้เข้าพักโรงแรมในเครือที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามในปี 2567 ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการใช้พลังงานและอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลงให้ได้ 15% ภายในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562  

  

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังสามารถลดอัตราการใช้น้ำของโรงแรมในเครือได้ โดยอัตราการใช้น้ำต่อห้องที่แขกเข้าพักเฉลี่ยในปี 2566 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายในการลดอัตราการใช้น้ำในโรงแรม 10% ภายในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2565  

  

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ดำเนินการได้เร็วกว่ากำหนดสำหรับเป้าหมายในการลดอัตราการปล่อยของเสียอินทรีย์สู่การฝังกลบลง ครึ่งหนึ่งภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 ซึ่งการปล่อยของเสียอินทรีย์ดังกล่าวได้ลดลง 27% ในปี 2566 ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินการคัดแยกและการทำปุ๋ยหมักแบบใหม่ และการร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ เช่น TooGoodToGo เพื่อลดการสร้างขยะอาหาร 

  

ข้อมูลของเสียจากรายงานของโรงแรมแสดงให้เห็นว่า ปริมาณของเสียทั่วไปและของเสียอันตรายลดลง 10% และ 67% ตามลำดับ เมื่อเทียบเป็นรายปี และปริมาณขยะที่ถูกรีไซเคิลเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับปี 2565 รวมทั้งปริมาณขยะอินทรีย์ ที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยเพิ่มขึ้น 56%  

  

คุณชมพรรณ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เราขอขอบคุณทีมงาน ของเราและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องในความพยายามและความร่วมมือที่ทำให้เรามีความก้าวหน้าสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่สร้างผลเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้เสียและสิ่งแวดล้อม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นเพียงสิ่งที่สำคัญต่อธุรกิจแต่ยังเป็นสิ่งที่สมควรทำ ความมุ่งมั่นของเราต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของโลกใบนี้ จะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการดำเนินงานของเราในด้านการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชนของเราต่อไป” 

  

ไมเนอร์ โฮเทลส์ มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับเลือกจัดอันดับให้เป็น Top 10% ของ S&P Global’s Sustainability Year Book 2024 ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญ รวมถึงได้รับเลือกให้อยู่ดัชนี FTSE4Good Index Series และได้รับการประเมินจาก MSCI ESG Rating ในระดับ AA 

  

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 ของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังครอบคลุมถึงความก้าวหน้าของเราในการเสริม  สร้างศักยภาพของบุคลากรและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยสามารถอ่านรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2566 บนเว็บไซต์ของไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ ที่นี่ 

ข้อมูลสำหรับบรรณาธิการ   

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels)  

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม ทั้งในฐานะเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้ลงทุน โดยในปัจจุบันมีโรงแรมจำนวนทั้งหมดกว่า 540 แห่ง ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีความมุ่งมั่นที่จะมองหาโอกาสทางด้านธุรกิจการบริการที่มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางหลากหลายกลุ่ม ภายใต้แบรนด์ อนันตรา (Anantara) อวานี (AVANI) โอ๊คส์ (OAKS) เอ็นเอช โฮเทลส์ (NH Hotels) เอ็นเอช คอลเลคชัน (NH Collection) นาว (nhow) ทิโวลี (Tivoli) เอเลวาน่า (Elewana) ใน 56 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา มหาสมุทรอินเดีย ยุโรป และอเมริกาใต้  

  

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังมีแผนขยายโรงแรมภายใต้แบรนด์ต่างๆ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการในตลาดที่มีแนวโน้นเติบโตที่ดีทั่วโลก สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minorhotels.com  

เกี่ยวกับ Minor Hotels

Minor Hotels is a global hospitality group operating over 550 hotels, resorts and residences in 56 countries, pursuing its vision of crafting a more passionate and interconnected world. As a hotel owner, operator and investor, Minor Hotels fulfils the needs and desires of today’s global travellers through its diverse portfolio of eight hotel brands – Anantara, Avani, Elewana Collection, NH, NH Collection, nhow, Oaks and Tivoli – and a collection of related businesses. Minor Hotels is rapidly accelerating its global growth ambitions, aiming to add more than 200 hotels by the end of 2026.

Minor Hotels is a proud member of the Global Hotel Alliance (GHA), the world's largest alliance of independent hotel brands, and participates in the GHA DISCOVERY loyalty programme.

For more information, please visit minorhotels.com and connect with Minor Hotels on Facebook and LinkedIn.

ข้อมูลติดต่อ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

รับข่าวสารพิเศษ

ท่านเป็นนักข่าว หรือทำงานให้กับสื่อใด ?
ลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงข่าวพิเศษ

ส่งคำขอ

ได้รับ Minor Hotels ข่าวสารใน RSS reader

หรือสมัครสมาชิกผ่าน Atom URL ด้วยตนเอง